|
ในการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการสุขภาพ ไทย-สวีเดน
เรื่อง โรงพยาบาลทันสมัย
ณ โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล
วันที่ 20 เมษายน 2538
ฯพณฯ อิงเกอร์ลา ทาลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและกิจการสังคม
ราชอาณาจักรสวีเดน
ฯพณฯ อีวา เฮคส์เซอร์ เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย
แขกผู้มีเกียรติ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ
ผมรู้สึกยินดีที่ได้รับเชิญมาที่นี่และมาเปิดเผยวิสัยทัศน์ให้ท่านฟังเกี่ยวกับเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการจัดบริการสาธารณสุข คือเรื่องของบริการโรงพยาบาล ผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีจะได้ถ่ายทอดความในใจในเรื่องที่มีความห่วงใยให้ท่านฟัง ว่าระบบบริการของโรงพยาบาลที่ทันสมัยนั้นที่จริงควรเป็นอย่างไร และคงไม่ใช่เป็นไปในลักษณะเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่จริงๆ แล้วหัวข้อที่ให้มาคือ "โรงพยาบาลทันสมัย" นั้นจำต้องพูดกันนาน ที่ผมพอทำได้ในโอกาสนี้คือการหยิบยกประเด็นสำคัญๆ 2-3 เรื่องกระตุ้นให้เกิดจินตนาการอันหลากหลายว่าโฉมหน้าใหม่ของโรงพยาบาลนั้นควรเป็นอย่างไร
คำว่า "ทันสมัย" สื่อความหมายได้พอสมควร โดยทั่วๆ ไปคนเรามักจะต้องการให้ตัวเองนั้นดูเป็นคนทันสมัยหรือร่วมสมัย คำนี้จึงมักตีความกันไปในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก และโดยคำจำกัดความนี้ ความทันสมัยอาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องการของบุคคลหลายๆ กลุ่มเสมอไป ผมขออนุญาตอ้างอิงถึงสุนทรพจน์ของสังฆาจารย์แห่งพุทธศาสนาผู้ได้รับรางวัลด้านสันติภาพขององค์การยูเนสโกเมื่อเร็วๆ นี้ ท่านกล่าวถึงหลักความจริงที่ว่ามนุษย์เรามักจะต้องการทำตนให้เป็นคนทันสมัยใหม่โดยไม่พัฒนา ท่านชี้ให้เห็นว่าพวกเรานั้นเพียงต้องการทำตัวให้เป็นคนทันสมัยใหม่โดยไม่พัฒนา ท่านชี้ให้เห็นว่าพวกเรานั้นเพียงต้องการทำตนให้ดูเหมือนว่าเราเองหรือประเทศของเราเองนั้นทันสมัย แต่ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปเหมือนเดิม ตามนัยนี้แหละที่เราไม่ควรใช้คำว่า "ทันสมัย" นั้นผิดๆ หรือถ้ากล่าวอีกอย่างหนึ่งถ้าเราตัดสินใจที่จะทำอะไรให้ทันสมัยต้องคำนึงว่าไม่เพียงทันสมัยแต่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น หากต้องทันสมัยในกระบวนการทำงานด้วย และโดยที่คำว่าทันสมัยสื่อให้เห็นความไม่จีรัง เพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การที่เราจะปรับปรุงโรงพยาบาลให้ทันสมัย เราต้องคำนึงถึงห้วงเวลาด้วยว่าเรากำลังอยู่ในยุคใด และจะก้าวต่อไปในยุคใดด้วย
เมื่อปรับความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ตรงกันแล้ว ผมก็อยากจะนำเสนอแนวคิดสัก 2-3 ประการว่า โรงพยาบาลทันสมัยนั้นควรเป็นอย่างไร
ประการแรก โรงพยาบาลทันสมัยจะต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน ประโยคนี้ดูเหมือนจะเป็นสามัญสำนึกโดยทั่วๆ ไป แต่ก็ยังใช้ได้โดยไม่จำกัดเวลา เพราะเป็นความคิดที่ผู้คนทุกยุคทุกสมัยนั้นต้องการและจำต้องมีการเน้นย้ำเพราะโรงพยาบาลทั่วไปโดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว หากตั้งขึ้นมาเพราะรัฐบาลเห็นความสำคัญที่จะต้องจัดบริการนี้ ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรและกำลังคน โรงพยาบาลเหล่านี้ถูกคาดหวังให้ดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติของระบบอำมาตยาธิปไตย เพื่อที่จะระมัดระวังการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐที่มีอยู่จำกัด จริงอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งจัดตั้งมาดำเนินการในลักษณะนี้มีประโยชน์มากต่อมหาชนในกรณีที่ไม่มีทางเลือกอื่นๆ มากเพียงพอ อย่างไรก็ดี กรอบที่รัดรึงโรงพยาบาลเหล่านี้อยู่ทำให้ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของประชาชนลดลงเป็นลำดับ
จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในประเทศไทย ปัญหาต่างๆ ผันแปรไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่สาเหตุการตายของคนไทยก็เปลี่ยนแปลงไปจากโรคที่เคยกล่าวขานกันว่าโรคที่เนื่องมาจากความจน กลายเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากความมั่งคั่ง และพยาธิสภาพทางสังคม คนไทยตายมากขึ้นจากอุบัติเหตุ โรคหัวใจ และมะเร็ง ผิดไปจากเดิมเมื่อ 25 ปีก่อน ที่สาเหตุการตาย 2 อันดับแรกคือวัณโรคและมาลาเรีย ในปัจจุบันคนเริ่มเรียกร้องบริการจากโรงพยาบาลมากขึ้นและยิ่งเรียกร้องหนักขึ้นไปอีกจากรัฐบาลอันเป็นผลพวงจากการพัฒนาประชาธิปไตย เมื่อคนมาโรงพยาบาลเขาหวังที่จะได้รับการดูแลอย่างดี เขาไม่ค้องการรอนาน เขาหวังจะให้ห้องพักสะอาดอยู่สบาย เขาต้องการรอยยิ้มมิใช่หน้านิ่วคิ้วขมวดจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
ที่กล่าวมาแล้วมิได้เป็นเพียงความต้องการทั้งหมดที่เราต้องการตอบสนองประชาชน ระบบบริการสาธารณสุขนั้นเป็นระบบที่สลับซับซ้อน การบริหารโรงพยาบาลเป็นงานที่ยากยิ่งขึ้นไปอีกท่ามกลางความผันแปรของสิ่งแวดล้อม ความต้องการที่ผู้คนเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหมอไม่เกี่ยวกับยา เป็นส่วนหนึ่งที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องนำมาพิจารณา อีกทั้งเรื่องที่สำคัญกว่านี้และยากกว่านี้ เช่น เรื่องการส่งเสริมสุขภาพและปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องนำมาประกอบการพิจารณาในการออกแบบโรงพยาบาลให้สามารถตอบสนองทุกเรื่องที่กล่าวมาแล้วได้อย่างเบ็ดเสร็จและมีประสิทธิภาพ ไม่ควรละเลยให้ผู้คนใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ควรให้เขาได้เรียนรู้วิถีทางดำรงชีวิตที่จะนำไปสู่สุขภาพดี ให้เขาได้เข้าถึงบริการที่จะช่วยในการบำรุงรักษาสุขภาพ แทนที่จะคอยจนกว่าล้มเจ็บลงจึงจะมาเรียกร้องบริการจากโรงพยาบาลแม้เมื่อยามเขาป่วยและเข้าโรงพยาบาล เขาควรได้รับการติดตามดูแลแม้กระทั่งนอกรั้วโรงพยาบาล ถ้าโรงพยาบาลใดจะเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ เหล่านี้ ก็จำเป็นที่จะพิจารณาทบทวนว่าจะก้าวรุกและแสดงบทบาทเหล่านี้อย่างไรจึงจะดีที่สุด เราไม่อาจดำเนินการในลักษณะเดิมๆ ที่จำกัดตัวเองให้บริการเพียงผู้ป่วยที่ก้าวเข้ามาหา และทำดีที่สุดเพื่อให้เขาออกจากโรงพยาบาลไป ทำให้เขาต้องพึ่งพายึดติดกับเรา และกลับมาหาเมื่อรู้สึกไม่สบายถึงแม้ว่าเขาเองอาจจะเรียนรู้วิธีดูแลตนเองได้ เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงบางเรื่องที่โรงพยาบาลสมัยใหม่ จะต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน เราจะต้องมองให้ทะลุปรุโปร่งจากสิ่งที่เคยสนองตอบตามปกติธรรมดา ไปสู่สิ่งที่อาจจะคุกคามสุขภาพอนามัยของประชาชนอยู่โดยที่เขาเองยังคิดไม่ถึง
แนวคิดประการที่ 2 ของโรงพยาบาลสมัยใหม่ คือ ต้องเป็นสถานบริการที่เอื้ออาทรคนไข้ไม่เพียงแต่การรักษาพยาบาลเท่านั้น เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ผมอยากจะหวนกลับไปถึงวันเก่าๆ แม้ในขณะที่กำลังพูดถึงเรื่องใหม่ ออกจะแปลกอยู่ที่ผมรู้สึกว่าการใส่ใจดูแลกันตามธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณนั้นทันสมัยกว่ายุคนี้เสียอีก ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเป็นสัญลักษณ์ประการหนึ่งของโรงพยาบาลทันสมัย ภายหลังที่เราผ่านยุคก้าวกระโดดในประวัติศาสตร์การแพทย์มาหลายครั้ง อาจกล่าวได้ว่าความตื่นตาตื่นใจเริ่มลดลงแม้จะมีการผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและในปัจจุบันเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาใช้บางส่วนได้ก่อให้เกิดความรู้สึกห่างไกล ระหว่างคนไข้และผู้รักษาพยาบาล เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้โรงพยาบาลดูเสมือนเป็นโรงเก็บเครื่องมือที่ทันสมัยและน่าเกรงขาม แทนที่จะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยไออุ่นแห่งสัมผัสและความเอื้ออาทร ผมคิดว่าบางทีอาจจะเป็นการทันสมัยกว่าถ้าจะให้โรงพยาบาลของเราเป็นสถานที่ที่คนไข้เข้ามาแสวงหาความเอื้ออาทร มากกว่าเป็นสถานที่ที่เขาย่างเข้ามาพบเครื่องมือและเทคโนโลยีล้ำยุค
จริงๆ แล้วความเอื้ออาทรเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีวันตกยุค และเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรงพยาบาลที่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นโรงพยาบาลทันสมัย ผมเห็นว่ามีประโยชน์ที่จะย้ำแล้วย้ำอีกในที่นี้เพราะพวกเราส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกับความคิดว่าโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีล้ำยุคจะทันสมัยกว่าโรงพยาบาลที่มีทีมงานบริการที่มีเมตตาและเอื้ออาทรสูงส่ง องค์ประกอบซึ่งเป็นผู้คนที่มีชีวิตจิตใจมักจะถูกมองข้ามเมื่อเทียบกับเครื่องจักรกลที่ไม่มีชีวิต เป็นเรื่องที่น่าเศร้าว่าเรามักจะหลงลืมเรื่องนี้ไป เพราะบางครั้งการจัดการกับเครื่องไม้เครื่องมือนั้นง่ายกว่าการจัดการกับคน อาจจะเป็นเพราะว่าเราเชื่อมั่นในเครื่องมือหรือเทคโนโลยีมากกว่าคนในการที่จะช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดี แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใด ทบทวนดูแล้วหนทางที่จะก้าวไปข้างหน้านั้น เราจะต้องสรรค์สร้างให้โรงพยาบาลทันสมัยของเราเป็นสถานที่ที่มีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และไม่ใช่สถานที่ขายบริการ เราจะต้องดูแลทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและประชาชนผู้รับบริการเพื่อน้อมนำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ที่พึงมีของโรงพยาบาลทันสมัยพลิกฟื้นคืนมา เราจะต้องหาทางทำให้ประชาชนตระหนักว่าโรงพยาบาลที่ดูล้ำยุคด้วยเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยครบครันไม่ใช่จะเป็นโรงพยาบาลทันสมัยเสมอไป แท้ที่จริงอาจเป็นโรงพยาบาลตกยุคสุด ๆ ไปเลยก็ได้ เพราะขาดความอบอุ่นที่มาจากความเอื้ออาทรและความรักซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่โรงพยาบาลยุคนี้ส่วนใหญ่มองข้ามไป ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนของโรงพยาบาลมีความภาคภูมิใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเหล่านั้นแท้ที่จริงคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะส่งเสริมให้โรงพยาบาลของเขาเป็นโรงพยาบาลทันสมัย โดยไม่ได้วัดกันที่ประเภทและจำนวนเทคโนโลยีล้ำยุคที่มีอยู่ในโรงพยาบาลอย่างใด
เมื่อกล่าวถึงปัจจัยที่ผมเห็นว่าสำคัญยิ่งไปแล้ว ก็มาถึงองค์ประกอบข้อที่ 3 ของโรงพยาบาลทันสมัย ซึ่งตอนนี้ก็เป็นส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกและเครื่องมือเครื่องไม้ต่าง ๆ ผมตั้งใจจะกล่าวถึงองค์ประกอบนี้ถัดจาก 2เรื่องแรก เพราะองค์ประกอบข้อที่ 3 นี้จะเกิดมรรคผลได้ก็ต่อเมื่อมีการคำนึงถึง 2 เรื่องแรกนั้นก่อน ในกรณีนี้ โรงพยาบาลที่มีอาคารใหญ่โตรโหฐาน มีเครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยีล่าสุดเพียบพร้อมอาจจะดูทันสมัยในสายตาผู้คนหลายหมู่พวก แต่จะไม่เข้าในคำจำกัดความโรงพยาบาลทันสมัยที่เราพูดถึงกัน อาคารสถานที่และเครื่องจักรกลเป็นสิ่งตอบสนองความมุ่งหวังบางประการเท่านั้น อาจจะกล่าวได้ว่าไร้ประโยชน์ที่จะมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่สะอาดเอี่ยมและเครื่องมือเครื่องใช้ราคาแพงลิบเพื่อตอบสนองความมุ่งหวังอย่างผิด ๆ ถ้าโรงพยาบาลเป็นเพียงสถานที่รอคอยให้ผู้ป่วยเข้ามาหาให้มากขึ้น ๆ เป็นเพียงสถานที่ที่ขายความสะดวกสบายแล้วละกัน คงจะไม่ดีไปกว่าโรงแรม 5 ดาว ตามปกติธรรมดาโรงพยาบาลนั้นแน่นอนไม่ใช่โรงแรม ถึงจะขึ้นต้นด้วยคำว่า "โรง" เหมือนกัน ยิ่งโรงพยาบาลสร้างสรรค์ให้เหมือนโรงแรมมากขึ้นเท่าใด เราควรจะฉุกคิดว่าเรากำลังทำธุรกิจอะไรกันแน่่
แต่ผมก็จำต้องย้ำไว้ในที่นี้ว่าเราไม่ได้หมายถึงว่าโรงพยาบาลทันสมัยจะดูซอมซ่อต่อไปได้ทั้ง ๆ ที่อาจจะทู่ซี้ใช้เครื่องมือเครื่องจักรกลเดิม ๆ ที่ใช้ต่อเนื่องกันมามากกว่านับสิบ ๆ ปีหรือไม่ใส่ใจกับสายตาของคนอื่น ๆ ที่มองอย่างเพ่งเล็ง เพราะยึดมั่นถือมั่นว่าได้ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดีแล้วหรือเข้าถึงชุมชนในเขตปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วการปฏิบัติอย่างสุดโต่งทั้งสองขั้วล้วนเป็นอันตราย เพราะบริการสุขภาพสัมพันธ์ใกล้ชิดกับความรู้สึกของผู้คน ภาพที่มองเห็นมีผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้มอง ดังนั้นตัวตึกที่ซอมซ่อไม่ได้รับการบำรุงรักษาสะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานไม่ใส่ใจในการทำงานและคงจะพึ่งพาอะไรไม่ได้มาก เครื่องมือเครื่องใช้เก่าแก่ที่ติด ๆ ขัด ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่านอกจากใช้ไม่คุ้มค่าแล้วยังทำงานได้ไม่ตรงเป้า ในขณะที่ค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้นทุกทีการไม่ลงทุนใช้เครื่องมือที่ทันสมัยกว่าตรวจรักษาได้ผลดีกว่า โดยคิดถึงมูลค่าที่สูงลิบทำให้ผู้รับบริการขาดโอกาสที่ดีไปมากทีเดียว
ไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตาม ในการชั่งน้ำหนักการลงทุนเพื่อยกระดับและปรับปรุงอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลจะต้องทบทวนได้ดี ถึงแม้ว่าความคุ้มค่าด้านราคาจะยังคงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจท้ายสุด ถึงแม้ว่าจะเป็นการยากที่จะตัดสินใจในมุมมองที่แตกต่างกัน แต่รัฐบาลอาจจะต้องใช้มุมมองด้านความคุ้มค่าทางสังคมเข้ามาประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ โดยไม่ควรตอกย้ำความสำคัญด้านรูปลักษณ์ทางกายภาพมากเกินไป
ผมจะขอกล่าวถึงองค์ประกอบประการสุดท้ายของโรงพยาบาลทันสมัย คือการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลเป็นสถานที่ให้บริการ เป็นสถานที่ที่มีการปฏิสัมพันธ์ในลักษณะพิเศษเกิดขึ้น จึงต้องการการจัดการกับปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวให้ดีพอ ผมกล่าวเบื้องต้นแล้วว่าโรงพยาบาลทันสมัยต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยโรงพยาบาลจะต้องมั่นใจว่าพนักงานทุกคนใส่ใจดูแลผู้มารับบริการไม่เพียงแต่รักษาไปวันๆ และต้องตระหนักถึงรูปลักษณ์ที่เหมาะสมทางกายภาพและเทคโนโลยีที่ใช้ มาถึงตรงนี้การบริการจัดการที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์ประกอบอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้วเป็นไปได้สมบูรณ์์
ท่านอาจจะแปลกใจที่ทำไมผมมาย้ำถึงเรื่องการบริหารจัดการอีก เพราะเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่ทั่วไปแล้วว่าสำคัญ แต่ผมหยิบยกมากล่าวถึงอีกครั้งก็ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ ประการแรก ก็คือความจริงที่ว่าโรงพยาบาลของรัฐส่วนใหญ่ดูเหมือนว่าจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ว่าโรงพยาบาลรัฐทำงานภายใต้กรอบระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดถึงระดับที่เป็นการยากสำหรับฝ่ายบริหารที่จะพัฒนางานด้านต่างๆ ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลรัฐได้รับงบประมาณในจำนวนที่ไม่ได้ส่งผลกระทบมากมายต่อสิ่งที่ประชาชนมุ่งหวัง ประการที่ 2 ที่ผมเน้นเรื่องการบริหารจัดการก็เพราะว่า โรงพยาบาลที่เรียกกันว่าทันสมัยนั้นต้องการการบริหารจัดการที่ดีในวงการธุรกิจ เราได้ยินคำว่ารีเอนจิเนียริ่ง ที่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดในอนาคต กระบวนการนี้กล่าวถึงความจำเป็นในการทบทวนให้เกิดความคิดใหม่ การวางแผนใหม่ การใช้เครื่องมือใหม่ รวมทั้งการฝึกอบรมกำลังคนใหม่ การที่มนุษย์เราสืบทอดเหล่ากอมาได้ก็เพราะเราปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม มนุษย์เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมและปรับตัวตามสิ่งที่องคาพยพส่วนรับรู้สื่อไปยังสมอง ดังนั้นโรงพยาบาลทันสมัยจึงควรทำการในทำนองเดียวกันกับมนุษย์ที่ปรับตัวแล้วเป็นอย่างดี และต้องเป็นองค์กรที่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา มีสมรรถนะที่จะตรวจพบการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกได้ทันการ และดำเนินการแก้ไขปรับปรุงก่อนที่จะสายเกินไป การที่จะทำได้เช่นนี้จำเป็นต้องมีกลไกการมีส่วนร่วมของพนักงานในการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลง และกลไกในการตัดสินใจแก้ไขจัดการกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ทันท่วงที เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เฉพาะแต่ภาครัฐเท่านั้นสำหรับภาคเอกชนก็เป็นภารกิจที่จำเป็นยิ่ง ในจำนวนธุรกิจภาคบริการ ผมเห็นว่าบริการโรงพยาบาลมีความซับซ้อนที่สุดในการบริหารจัดการ และต้องการทักษะในการเรียนรู้และการตัดสินใจเป็นอย่างมาก
สรุปโดยรวมแล้วการสร้างสรรค์โรงพยาบาลทันสมัยนั้นต้องการพลังผลักดันมากทีเดียว และการขาดงบประมาณไม่ใช่เรื่องหลัก จริงอยู่ที่ต้องใช้เงินในการแก้ปัญหาแต่เป็นเพียงส่วนย่อยเท่านั้น และยิ่งใช้เงินไม่ถูกต้องด้วยแล้ว รังแต่จะทำให้สถานการณ์เลวลงไปอีก องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรบุคคล ซึ่งในที่นี้หมายถึงทั้งฝ่ายผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ในขั้นแรกจะต้องเสริมสร้างความคิดเห็นที่ถูกต้องของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่เสริมส่งให้เกิดโรงพยาบาลทันสมัย ที่ยากที่สุดคือการลบล้างความเคยชินเก่าๆ ที่ตัดสินความทันสมัยกันที่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่ถึงจะยากเย็นเข็ญใจแค่ไหนก็ไม่มีทางเลือกอื่น อย่างไรก็ดีงานนี้คงไม่ลุล่วงไปเพียงแค่ให้ความรู้เพื่อสร้างแนวคิดและทัศนคติที่ถูกต้อง และมิใช่จะต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปก่อนถึงจะก้าวสู่การพัฒนาในขั้นตอนต่อไป ที่สำคัญที่สุดคืออย่าเบาใจว่าจะโน้มน้าวชักชวนให้ผู้คนเปลี่ยนแนวคิดได้ง่ายๆ หากจำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง และเรื่องที่มีความสำคัญเท่าเทียมกันคือการกล่อมเกลาเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการให้คิดใหม่ ทำใหม่ ถ้าเราเชื่อในแนวคิดที่ว่าความต้องการและความเข้าใจในเรื่องของบริการสุขภาพนั้น เกิดมาจากการโน้มน้าวของฝ่ายผู้ให้บริการเป็นสำคัญ นับว่ามีความสำคัญยิ่งที่ฝ่ายผู้ให้บริการเองจะต้องเป็นแกนนำให้การสร้างภาพพจน์ใหม่ของโรงพยาบาลใหม่ให้เกิดขึ้น
ในระดับมหภาค รัฐบาลเองจะต้องมีบทบาทเป็นผู้นำในการสร้างโรงพยาบาลสมัยใหม่ให้เกิดขึ้นตามแนวคิดดังกล่าวมาแล้ว การทำนั้นดีกว่าการพูดเป็นไหนๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำโรงพยาบาลของเราให้ทันสมัย ทำให้ประชาชนของเรารับรู้ว่าความทันสมัยนั้นเป็นอย่างไรในรูปธรรมและนามธรรม แทนที่จะปล่อยให้คนของเราตกอยู่ในกระแสการโฆษณาชวนเชื่อ การส่งเสริมการขายที่ผิดๆ ให้ติดตั้งเทคโนโลยีและเครื่องมือใหม่ๆ และในอีกแง่หนึ่งมีความจำเป็นที่รัฐ จะต้องขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการภาคเอกชนในการสร้างภาพพจน์ที่ถูกต้องของรงพยาบาลทันสมัย มิให้เน้นในเรื่องของเครื่องมือเครื่องใช้ เทคโนโลยีราคาแพง หรือบริการที่หรูหราฟุ่มเฟือยและที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการสร้างกลไกประเมินคุณภาพโรงพยาบาล และรณรงค์ให้ประชาชนสนใจและเข้าใจว่าโรงพยาบาลที่ดีนั้นควรมีภาพพจน์เป็นอย่างไร และไม่ดูเพียงแค่เปลือกนอกทางกายภาพ ที่อาจไม่มีแก่นแท้ของบริการที่ดีอยู่ภายใน
ฯพณฯรัฐมนตรี ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ
การศึกษาไม่จำเป็นต้องทำกันภายในห้องเรียนเท่านั้นฉันใด การให้บริการของโรงพยาบาลก็ไม่จำเป็นที่จะจำกัดอยู่ในตึกผู้ป่วยหรือในรั้วโรงพยาบาลฉันนั้น การตัดสินความดีงามของโรงพยาบาลอยู่ที่องค์ประกอบที่มีชีวิตมากกว่าองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตโรงพยาบาลที่จะมีความทันสมัยตลอดไปคือโรงพยาบาลที่ให้ความใส่ใจต่อผู้คนทั้งในส่วนของพนักงานและผู้มารับบริการ
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอถือโอกาสเรียนย้ำความขอบคุณและชื่นชมคณะผู้จัดการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการสุขภาพ ไทย-สวีเดน ในครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมที่ให้ความสนใจและให้โอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และหวังว่าเราจะได้ช่วยกันสรรค์สร้างโรงพยาบาลให้ทันสมัยที่ไม่จำกัดด้วยเงื่อนเวลา จากองค์ประกอบความเป็นคนและจิตวิญญาณ มิใช่โลหะ ชิ้นส่วน หรืออิฐหินดินทรายที่มารวมตัวกันอยู่เพียงเท่านั้น ขอขอบคุณ
|