Dr. Arthit Home
About Dr. Arthit
หน้าแรก             เกี่ยวกับ ดร. อาทิตย์             คำปราศรัย และ บทความ             GALLERY             ติดต่อเรา

 คำแถลงการ
 บทความ
 บทอ้างอิง
Dr. Arthit Home
 



คำแถลงการ
คำปราศรัยของ ฯพณฯ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ในการประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ ASEM
ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันที่ 14 ตุลาคม 2542

ท่านประธาน
ฯพณฯ รัฐมนตรีทุกท่าน
ท่านผู้เข้าร่วมประชุม
ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

ในนามของคณะผู้แทนจากประเทศไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติและถือเป็นสิทธิพิเศษที่จะได้กล่าวขอบคุณต่อรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนที่กรุณารับเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ ASEM ในนครปักกิ่งอันยิ่งใหญ่ ผมมีความชื่นชมยินดีที่ได้มาเยือนปักกิ่งในโอกาสเฉลิมฉลองครบ 50 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนและขอถือโอกาสนี้ร่วมเฉลิมฉลองกับพี่น้องชาวจีนในวาระอันเป็นมงคลนี้ด้วยคำว่า "กั๋ว ซิ่ง ไขว้ เล่อ"

ท่านประธาน
ก่อนอื่น ผมขอเรียนว่ารู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งในความหมายของการประชุมครั้งนี้ในการนำเอาความคิดรวบยอดและข้อคิดเห็นต่างๆ จากประเทศในเอเชียและยุโรปเกี่ยวกับวิธีการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแบบยั่งยืนมาแลกเปลี่ยนกัน

เราทั้งหลายต่างตระหนักดีว่า วิยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของมนุษย์ชาติโดยรวม คือพลังขับเคลื่อนทุกอณูของสังคมยุคใหม่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่เอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในประเทศต่างๆ และช่วยยกระดับความกินดีอยู่ดีของมนุษย์ชาติทั่วโลก

ในที่นี้ ผมขอยกเป็นตัวอย่างในบางเรื่องที่เราต่างมีความสนใจเหมือนๆ กันและมีหนทางที่จะเร่งรัดความร่วมมือระหว่างภูมิภาคและระหว่างทวีปต่างๆ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นคือเทคโนโลยีชีวภาพ

ความท้าทายที่สำคัญและเร่งร้อนเรื่องหนึ่งที่โลกเรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือการรับภาระประชากรที่ล้นหลามขึ้นทุกขณะ โดยมีข้อจำกัดในเรื่องที่ดินและสมรรถนะในการผลิตอาหาร การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีชีวภาพอาจให้คำตอบในการแก้ไขปัญหาที่ท้าทายเราอยู่ อย่างไรก็ดีเมื่อเร็วๆ นี้มีการถกเถียงในเวทีนานาชาติอย่างมากมายเกี่ยวกับเรื่องของ GMO หรือพืชพันธ์ตัดต่อยีน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนจนถึงขณะนี้ว่าการถกเถียงเกี่ยวกับความปลอดภัยของ GMO จะอิงเหตุผลด้านสุขภาพโดยแท้หรือมีเรื่องอื่นๆ แอบแฝง ดังนั้นเราน่าจะสนับสนุนให้มีความร่วมมือกันศึกษาเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารที่มาจากพืชพันธ์ตัดต่อยีน หากพิสูจน์ได้ว่า GMO ไม่ปลอดภัยสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง ก็ย่อมจะไม่ปลอดภัยสำหรับทคนทุกๆ คนด้วย แต่ในขั้นตอนนี้ผมมีความเห็นว่าเรายังไม่ควรปิดประตูขวางกั้นเทคโนโลยีใหม่ที่อาจส่งผลไปถึงการผลิตอาหารที่พอเพียงต่อมนุษยชาติในอนาคต

ทรัพยากรน้ำ ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะการเกษตรที่ยั่งยืนขึ้นอยู่กับความเพียงพอของทรัพยากรน้ำเป็นสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตัวอย่างที่ดีมากในการพิสูจน์ให้เห็นว่า การวางแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพในระดับชาติอาจนำความสำเร็จมาสู่ประเทศได้ นับเป็นโอกาสดีสำหรับเอเชียและยุโรปที่จะพิจารณาหาทางจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือที่ชัดเจนทางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรน้ำในประเทศของเรา

การพัฒนากลุ่มแม่น้ำโขง
ผมขออนุญาตกล่าวถึงโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงสักเล็กน้อย โดยที่หลายประเทศใน ASEM มีส่วนรวมเป็นผู้ให้และผู้รับความช่วยเหลือ โครงการนี้จึงอาจจัดได้ว่าเป็นโครงการความร่วมมือที่ดียิ่งโครงการหนึ่งภายใต้ ASEM เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มประเทศผู้ใช้น้ำจากลำน้ำโขงร่วมกัน ความร่วมมือดังกล่าวมิใช่จะจำกัดเฉพาะแต่ในเรื่องของทรัพยากรน้ำ แต่จะนำไปสู่กิจกรรมการพัฒนาด้านอื่นๆ ตามมาอย่างกว้างขวาง เช่น การชลประทาน การประมงน้ำจืด ไฟฟ้าพลังน้ำ การเดินเรือ การจัดการพื้นที่รับน้ำ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไปจนถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

ผมขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณและชื่นชมประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือและองค์การระหว่างประเทศที่ให้ความสนใจสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง

ท่านประธาน
กลไกการพัฒนาของเราต้องการพลังงานที่จะขับเคลื่อนออกไปอย่างราบรื่นอีกด้วยหากแต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเราต้องพึ่งพาบรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันทั้งหลายและต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากภาวะขึ้นๆ ลงๆ ของสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศเหล่านั้น ในขณะที่ภูมิภาคของเราอุดมด้วยพลังแสงอาทิตย์และพลังน้ำ เราน่าจะมาพัฒนาพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของประเทศหรือภูมิภาคทั้ง 2 ของเราแต่เพื่อมนุษยชาติโดยรวม

อุทยานวิทยาศาสตร์
เรื่องสำคัญที่เราน่าจะร่วมมือกันอีกเรื่องหนึ่ง
คือการวิจัยและพัฒนาหลายประเทศมีการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับงานวิจัยและพัฒนา ทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยและหน่วยบ่มเพาะเทคโนโลยี (Techno business incubators) ซึ่งอาจจะนำไปสู่การผลิตจนถึงขั้นอุตสาหกรรม หากเราได้มีการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะทางด้านการวิจัย การใช้ทรัพยากรต่างๆ ร่วมกันตลอดจนการลงทุนข้ามเขตแดนระหว่างกันและกันในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ กิจการขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ทวีปทั้งสองของเราจะยั่งยืนและสดใสยิ่งขึ้น

ท่านประธาน
นับตั้งแต่การประชุมภูมิภาค เอเชีย-ยุโรป ครั้งแรกที่จัดขึ้นในปี ค.ศ.1996 ที่กรุงเทพฯ เรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับการบรรจุเข้าในระเบียบวาระมาโดยตลอด และได้มีความก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างมากมายในภูมิภาคของเราเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของระบบนิเวศน์ ประเทศไทยจึงตั้งความหวังไว้ว่าศูนย์เทคโนโลยีเอเชีย-ยุโรปที่จัดตั้งขึ้น ณ กรุงเทพ จะได้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาการกระจายข้อมูลข่าวสารและการเสนอแนะแนวนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทั้ง 2 ภูมิภาคมีความสนใจและห่วงใยร่วมกัน

ท้ายที่สุด เรื่องที่อาจจะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันและกันได้อีกเรื่องหนึ่งคือการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและ GIS เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งประเทศทั้งในเอเชียและยุโรปจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง

ท่านประธาน
ผมมีความเชื่อมั่นว่าการประชุมรัฐฒนตรีวิทยาศาสตร์ ASEM จะบรรลุเป้าหมายในการกำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างภูมิภาคทั้งสองในอนาคตอย่างชัดเจน และง่ายต่อการมีข้อตกลงร่วมกันในทางปฏิบัติ ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและประสานงานเพื่อให้การประชุมครั้งนี้สัมฤทธิผล

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547 โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์